Chiang Rai car hire

 

เชียงรายเป็นเมืองที่มีประวัติยาวนอนก่อนที่จะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่สองของล้านนาได้แค่เพียง 34 ปีเท่านั้น เชียงรายถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในประเทศไทย แม้ว่าจะมีคนรู้จักเชียงใหม่มากกว่าเชียงรายเมื่อพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยวก็ตาม แต่สิ่งที่ทำให้เชียงรายมีเสน่ห์นั่นก็คือความเชื่องโยงของวัฒนธรรม , ความเป็นมาของชาวล้านนา ซึ่งสามารถเห็นได้จากวัดและพิพิธภัณฑ์ในเมือง

ในขณะที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของล้านนาเอาไว้ เมืองเชียงรายนั้นเต็มไปด้วยงานศิลปะซึ่งเป็นการนำเสนอวัฒนธรรมล้านนาในแบบที่มีความทันสมัยมากกว่าเดิม , มีการนำเสนอมุมมองใหม่พูดง่ายๆคือความเป็นล้านนาในโลกสมัยใหม่นั่นเอง วัดร่องขุ่นถือเป็นตัวอย่างที่ดีในตอนนี้เช่นเดียวกับวัดกลางเวียงที่มีอุโบสถสีแดง และในทางกลับกันเมื่อมุ่งหน้าไปยังพิพิธภัณฑ์อูบคำจะพบว่าที่นี่โฟกัสไปที่การนำเสนอประวัติศาสตร์ของล้านนาในสมัยโบราณและมรดกทางวัฒนธรรมล้านนา และจากที่ไปคือ 10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงรายซึ่งคุณผู้อ่านจะได้พบกับความเป็นล้านนาทั้งเก่าและใหม่เลยครับ

1.หอนาฬิกาเชียงราย

หากเราเคยไปเที่ยววัดร่องขุ่นมาแล้ว ก็คงไม่รู้สึกเซอร์ไพรส์เท่าไหร่ที่จะได้เห็นหอนาฬิกาสีทองสวยงามในบริเวณที่ถนนพหลโยธินและถนนบรรพปราการมาบรรจบกัน หอนาฬิกานี้ถูกก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.2008 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และคนที่ออกแบบหอคอยก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาก็คืออาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งเป็นคนออกแบบวัดร่องขุ่นนั่นเอง ในช่วงเวลา 19:00, 20:00 และสามทุ่มนั้นนาฬิกาจะมีเพลงเสียงดังและมีการเปลี่ยนสีไฟของนาฬิกาด้วย แม้ว่าจะดูเหมือนไม่มีอะไรมากแต่ก็เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากจะลองแวะไปดูสถานที่สำคัญที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง

สถานที่ตั้ง : ทางแยกของถนนพหลโยธิน , ถนนเจ็ดยอดและถนนบรรพปราการ

 

2.พิพิธภัณฑ์ชาวเขา

ถ้าหากคุณผู้อ่านมีแผนการที่จะไปเที่ยวหมู่บ้านชนเผ่า ก็ควรที่จะมาแวะชมพิพิธภัณฑ์ชาวเขาและทำความเข้าใจวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆเสียก่อน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร NGO , สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน สาขาเชียงราย , พิพิธภัณฑ์นี้มีเป้าหมายในการสร้างความตระหนักในการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ ด้วยการให้ความรู้แก่ผู้เยี่ยมขมเกี่ยวกับชุมชนชาวเขาในประเทศไทยรวมไปถึงมารยาทในท้องถิ่นที่ควรรู้ก่อนไปเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา

พิพิธภัณฑ์มีห้องจัดแสดงสองห้อง ห้องแรกจะใช้จัดแสดงประวัติศาสตร์ , ขนบธรรมเนียมและประเพณีของชนเผ่าหลักทั้งเจ็ดเผ่าในภาคเหนือ เช่น ชาวกะเหรี่ยง , ม้ง , เย้า , ลีซู , ลาหู่ , ลั๊วะและอาข่า เราสามารถรับชมวิดีโอที่มีคำอธิบายมากถึง 5 ภาษาและเรียนรู้เกี่ยวกับชาวเขาให้มากขึ้น ก่อนที่จะเข้าไปรับชมห้องที่สองซึ่งมีการจัดแสดงเครื่องแต่งกายของชาวเขาและไม้ไผ่ซึ่งเป็นวัสดุทางธรรมชาติที่จำเป็นสำหรับชาวเขา

ช่วงเวลาเปิดทำการ : เก้าโมงเช้าถึงหกโมงเย็น (จันทร์-ศุกร์) , สิบโมงเช้าถึงหกโมงเย็น (ในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สถานที่ตั้ง : ชั้นสามของอาคารพีดีเอ-เชียงราย , ถนนธนาลัย

จะเดินทางไปได้อย่างไร : ใช้สองแถวหรือเช่ามอไซต์

 

3.อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช

ถือเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของเชียงราย อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราชที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีขนาดเทียบเท่ากันตัวจริง พ่อขุนเม็งรายมหาราชคือผู้ที่ก่อตั้งอาณาจักรล้านนาขึ้นมา (ปี ค.ศ.1262-1311) และทรงเป็นผู้

ก่อตั้งเมืองหลวงขึ้นที่อำเภอเชียงแสน (ปี ค.ศ.1262) , ก่อนที่จะมีการย้ายเมืองหลวงไปอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำกกซึ่งก็คือเมืองเชียงใหม่ (ปี ค.ศ.1296)

รอบอนุสาวรีย์จะประดับไปด้วยธงล้านนาสีทอง 3 ผืน อนุสาวรีย์แห่งนี้จะเป็นสิ่งแรกที่เราจะได้เห็นหลังจากที่ได้เข้ามาในทางหลวงสายที่ 1 (ถนนพหลโยธิน) โดยปกติแล้วคนในท้องถิ่นมักจะหยุดแวะเพื่อมาสักการะบูชาพ่อขุนเม็งรายมหาราชก่อนที่จะเดินทางต่อ เป็นสถานที่ซึ่งเหมาะแก่การเป็นจุดแวะพักและซื้อของที่ระลึกจากร้านขายงานฝีมือในแถบนี้

สถานที่ตั้ง : ถนนพหลโยธิน

จะเดินทางไปได้อย่างไร : ใช้สองแถวหรือเช่ามอไซต์

 

4.อุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง

หากว่าคุณผู้อ่านมีเวลาน้อยแต่ต้องการที่จะศึกษาประวัติและมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงรายอย่างรวดเร็วก็ให้ไปที่อุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวงได้เลย (ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันตกประมาณ 5 กิโลเมตร) ทำเลที่ตั้งจะมีทั้งสวนและทะเลสาบ ตัวอาคารจะถูกก่อสร้างขึ้นด้วยไม้สักถูกออกแบบโดยใช้สไตล์ล้านนาแบบดั้งเดิมและสไตล์ชาวเขา เราจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ 400 ปีของอาณาจักรล้านนา เช่นเดียวกับการได้ชมคอลเลนชั่นของศิลปะและสิ่งประดิษฐ์ทางศาสนา

เข้าเยี่ยมชมศาลาหอคำและเรียนรู้เรื่องการนับถือผีและพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งยังคงมีอยู่ในวัฒนธรรมล้านนาจวบจนทุกวันนี้ และตัวศาลาเองก็ถือว่าสิ่งประดิษฐ์จากไม้สักเช่นกัน ราคาค่าตั๋ว , และกำไรจากสินค้าหัตถกรรมจะถูกนำไปใช้ในการดูแลช่วยเหลือชนเผ่าในภาคเหนือและสนับสนุนผลงานของพวกเขาต่อไป

ช่วงเวลาเปิดทำการ : แปดโมงครึ่งถึงห้าโมงเย็น (วันอังคาร-อาทิตย์)

สถานที่ตั้ง : อยู่ห่างจากตัวเมืองทางทิศตะวันตก 5 กิโลเมตร

จะเดินทางไปได้อย่างไร : ใช้สองแถวหรือเช่ามอไซต์

 

5.พิพิธภัณฑ์อูบคำ

หากคุณผู้อ่านต้องการศึกษาประวัติศาสตร์ล้านนา , ศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรม , คอลเลคชั่นของวัตถุโบราณต่างๆ นั้นคือสิ่งที่เราต้องแวะไปดูให้ได้ที่พิพิธภัณฑ์อูบคำ เราจะได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่มันมารวมตัวเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นอาณาจักรล้านนา ตั้งแต่เครื่องราชกกุธภัณฑ์และเครื่องแต่งกายไปจนถึงของเก่าหายาก , เครื่องปั้นดินเผา , รูปวาดโบราณของพระพุทธเจ้า , ศิลปวัตถุ , เครื่องแต่งกายชนเผ่า คอลเลคชั่นทั้งหมดจะอยู่ในห้องจัดแสดง 5 ห้องและถ้ำที่ถูกสร้างขึ้นมา และอย่าพลาดที่จะได้แวะชมบัลลังก์เจ้าฟ้าเมืองเชียงตุง, ซึ่งมีชิ้นส่วนที่ทำจากไม้สัก 9 ชิ้นและเคลือบด้วยทองคำ

เวลาเปิดทำการ : แปดโมงถึงห้าโมงเย็น (ทุกวัน)

สถานที่ตั้ง : ถนนหน้าค่าย , ห่างจากใจกลางเมืองไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร

จะเดินทางไปได้อย่างไร : ใช้สองแถวหรือเช่ามอไซต์

 

6.เสาสะดือเมืองเชียงราย

ถูกสร้างขึ้นโดยผสมผสานระหว่างสไตล์เขมรโบราณและล้านนา (สร้างตามรูปแบบสมมติของจักรวาล) ออกมาเป็นเสาหินจำนวนมาก มีความสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งอยู่ที่ยอดดอยจอมทองเสาหลักจะอยู่บนแท่นหิน

อ่อนและมีขนาดใหญ่กว่าเสาอื่นๆและโดยเสาหลักจะโดนเสาอื่นล้อมรอบอีก 108 เสา เป็นรูปวงกลม 6 ชั้นเป็นตัวแทนของสวรรค์หกชั้น เมื่อมารวมกันแล้วก็ทำให้เกิดบรรยากาศที่ดูเหนือธรรมชาติขึ้นมา ในขณะที่เราอยู่บนยอดดอยนี้เราจะสามารถไปเที่ยวย่านใจกลางเมือง , ไปดูแม่น้ำกกหรือจะไปเที่ยววัดพระธาตุดอยจอมทองด้วยก็ได้เพราะตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน

สถานที่ตั้ง : อยู่บนดอยทอง , ถนนอริจ-อำนวย

จะเดินทางไปได้อย่างไร : ใช้สองแถวหรือเช่ามอไซต์

 

7.วัดกลางเวียง

นี่คือวัดที่เราต้องไปเที่ยวให้ได้ เพื่อดูการออกแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและการตกแต่งสุดหรูหรา วัดจะตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงราย เคยเป็นที่ประดิษฐานของเสาหลักเมืองอันเดิม ตัววัดถูกออกแบบโดยใช้สไตล์ล้านนาร่วมสมัย

วัดถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1432 นำเสนอการออกแบบที่หรูหรา , หลังคาที่ซับซ้อนกับการทาสีแดงและประดับด้วยทองคำ ถือเป็นวัดที่มีการทาสีค่อนข้างแปลกแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นดูแปลกประหลาดเสียทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามตัววัดได้ถูกบูรณะใหม่หลังจากที่เคยโดนพายุถล่มจนพระอุโบสถและวิหารเสียหายในปี ค.ศ.1903 ต่อมาจึงได้มีการสร้างเจดีย์เพิ่มขึ้นมาอีก โดยเจดีย์ตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยมสามฉัตรและมีรูปปั้นช้างสีขาวรายล้อมอยู่ทุกด้าน ในแต่ละชั้นของเจดีย์จะมีพระพุทธรูปเล็กประดิษฐานอยู่ในช่องเล็กๆ ซึ่งเป็นรูปแบบการดีไซน์เจดีย์ของภาคเหนือ

สถานที่ตั้ง : มุมถนนรัตนเกตุ และถนนอัทรกิจ ห่างจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหอนาฬิกาไปสามช่วงตึก

จะเดินทางไปได้อย่างไร : ใช้สองแถวหรือใช้บริการรถเช่าเชียงรายราคาประหยัดกับทาง Drivemate.asia

 

8.วัดพระแก้ว

วัดพระแก้วเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต (ที่กรุงเทพ) สมัยก่อนมีชื่อว่าวัดป่าเยี้ยะ (ป่าไผ่) จนกระทั่งมีพายุกระหน่ำในปี ค.ศ. 1434 และมีฟ้าผ่าใส่เจดีย์ทองคำจนแตกหักก็เลยมีการค้นพบพระแก้วมรกตซ่อนอยู่ข้างในนั้น จากนั้นก็ได้มีการย้ายพระแก้วมรกตไปประดิษฐานที่ลำปาง , เชียงใหม่ , หลวงพระบาง , เวียงจันทน์และในที่สุดก็ย้ายไปประดิษฐานที่วัดพระแก้วในกรุงเทพ ในปัจจุบันพระพุทธรูปหยกซึ่งสร้างโดยช่างแกะสลักขาวจีน โดยใช้หยกของประเทศแคนาดาและมีการตกแต่งอย่างหรูหราก็ยังคงประดิษฐานอยู่วัดพระแก้วแห่งนี้ เพื่อใช้เป็นองค์แทนพระแก้วมรกตของจริง โดยประดิษฐานอยู่ในศาลาสไตล์ล้านนาข้างหลังเจดีย์

นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นพยานาคใหญ่ของตัวคอยเฝ้าทางขึ้นพระอุโบสถหลัก ภายในมีภาพวาดพระพุทธเจ้า , พระเจ้าล้านทอง (พระพุทธรูป) ถูกสร้างด้วยทองเหลืองและทองแดงโดยใช้สไตล์เชียงแสนในการออกแบบ เชื่อกันว่ามีอายุมานานอย่างน้อยกว่า 700 ปีแล้ว พระเจ้าล้านทองถูกย้ายจากวัดที่มีชื่อเดียวกันในอำเภอเชียงแสน มาประดิษฐานอยู่ที่อุโบสถหลักของวัดพระแก้วซึ่งเป็นศาลาสองชั้นที่ถูกสร้างขึ้นด้วยสไตล์ล้านนาโบราณโดยมีการเคลือบทองที่ยอดหลังคาด้วย ภายในจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงวัฒนธรรมล้านนาและพระธาตุโบราณ

สถานที่ตั้ง : มุมถนนสองแก้ว และถนนอัธรกิจ ห่างจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหอนาฬิกาไปสี่ช่วงตึก

จะเดินทางไปได้อย่างไร : ใช้สองแถวหรือเช่ามอไซต์

 

9.วัดพระสิงห์

นอกจากประตูหน้าที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตจะสามารถเรียกร้องความสนใจของเราให้อยากเดินเข้าไปในวัดได้แล้ว แต่จะพบว่าด้านหน้าของวัดพระสิงห์ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับศิลปะล้านนาและประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับไปในยุคศตวรรษที่ 14 เลยสักนิดเดียว วิหารหลักเคยถูกใช้เป็นที่ประดิษฐานของรูปวาดพระพุทธเจ้า จนกระทั่งถูกย้ายไปประดิษฐานที่เชียงใหม่และมีการสร้างแบบจำลองขึ้นมาแทนที่

หลังจากที่ได้เข้าไปดูไกล้ๆ เราจะพบว่าวิหารมีลวดลายที่ถูกแกะสลักด้วยมืออย่างปราณีต , มีงานฉลุ , การตกแต่งด้วยกระจกและรูปปั้นแกะสลักเป็นรูปสัตว์ในตำนาน ก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างในควรแวะชมความสวยงามของประตูเสียก่อน คนที่ออกประตูนี้ก็คืออาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินล้านนาชื่อดัง เป็นการเล่าเรื่องของธาตุ 4 ธาตุ คือดินน้ำลมไฟ โดยใช้สัตว์ในตำนาน 4 ตัว คือ ครุฑ , สิงห์ , พญานาคและช้าง

สถานที่ตั้ง : ถนนสิงห์ไกร , ข้างโรงพยาบาล (Overbrook Hospital) , ห่างจากหอนาฬิกา 4 ช่วงตึก

วิธีการเดินทาง : จ้างสองแถวหรือเช่ามอเตอร์ไซต์

 

10.วัดพระธาตุดอยจอมทอง

ตั้งอยู่ในบริเวณเนินเขาเตี้ยๆแต่เป็นบริเวณที่มีความสูงมากที่สุดในย่านใจกลางเมือง เมื่อเราอยู่ในวัดพระธาตุดอยจอมทองจะสามารถมองเห็นเมืองได้ทั้งเมืองรวมไปถึงแม่น้ำกกอันงดงาม วัดถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 ก่อนที่พ่อขุนเม็งรายจะก่อตั้งเมืองหลวงแห่งที่สองขึ้นที่เชียงราย ไฮไลท์ของวัดคือเจดีย์ยอดทองซึ่งถูกออกแบบด้วยสไตล์เมียนมาร์และล้านนาโบราณ ภายในวัดจะเป็นที่ประทับของพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นสถานที่สักการะบูชาที่สำคัญของคนในท้องถิ่น

หลังจากมาเที่ยววัดนี้แล้วเรายังสามารถแวะไปเที่ยวชมเสาสะดือเมืองเชียงราย ซึ่งเดินไปทางซ้ายจากวัดไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว

สถานที่ตั้ง : ดอยทอง

จะเดินทางไปได้อย่างไร : สองแถวหรือเช่ามอเตอร์ไซต์

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *